สำนักเทพบรรพชน

สำนักเทพบรรพชน (Ancestral God Sect) เป็นขุมอำนาจที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดา 9 ขุมอำนาจระดับสูงสุดของจักรวาลดั้งเดิม อยู่เหนือกว่าสุดยอดกลุ่มเผ่าทั้ง 6 ถูกก่อตั้งขึ้นในช่วงเริ่มต้นของทุกยุคแห่งการกลับชาติมาเกิด โดยเจตจำนงต้นกำเนิด (Origin Will) ของจักรวาลดั้งเดิม สำนักแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนตัวแทนของเจตจำนงต้นกำเนิด มีหน้าที่หลักในการดูแลและรักษาความเรียบร้อยของกฎการดำเนินงานจักรวาล พร้อมทั้งได้รับความคุ้มครองจากกฎนั้นโดยตรง การมีอยู่ของสำนักถือเป็นความลับสุดยอดของจักรวาล มีเพียงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงหรือตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดในจักรวาลเท่านั้นที่ได้รับรู้ถึงตัวตนของพวกเขา

สมาชิกที่ทรงพลังที่สุดของสำนักมักจะเป็นสิ่งมีชีวิตพิเศษ สำนักเปิดกว้างให้ทุกเผ่าในจักรวาลดั้งเดิมสามารถเข้าร่วมได้ แต่จะคัดเฉพาะระดับหัวกะทิให้เข้าร่วมเท่านั้น ทำให้สำนักแห่งนี้มีชื่อเสียงในฐานะขุมอำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในจักรวาลดั้งเดิม และยังมีบทบาทเหมือนเป็นตัวแทนของเจตจำนงต้นกำเนิด สำนักยังมีหน้าที่ส่งต่อข้อความสำคัญไปยังผู้อยู่อาศัยในจักรวาลดั้งเดิม หรืออาจส่งต่อไปยังขุมอำนาจอื่นๆ ในมหาสมุทรจักรวาลด้วย

สำนักมีจำนวนสมาชิกอย่างเป็นทางการไม่มาก ไม่จำเป็นต้องครอบครองอาณาเขตขนาดใหญ่ มีสถานะเป็นกลางท่ามกลางความขัดแย้งในจักรวาลดั้งเดิมระหว่างขุมอำนาจอื่นๆ ที่มักจะแย่งชิงดินแดนกัน ด้วยความเป็นกลางนี้เอง ทำให้สำนักเทพบรรพชนกลายเป็นขุมอำนาจที่มีอิสระมากที่สุดในจักรวาลดั้งเดิม สมาชิกของสำนักสามารถเป็นสมาชิกของขุมอำนาจอื่นๆ ได้ในเวลาเดียวกัน การที่พวกเขาไม่ได้เข้าไปแข่งขันชิงดินแดนหรืออิทธิพลกับใคร ทำให้ขุมอำนาจอื่นไม่มีปัญหาในการส่งสมาชิกที่มีพรสวรรค์มาฝึกฝนที่สำนักเทพบรรพชน ยิ่งเป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับสำนักมากยิ่งขึ้นไปอีก

ในเมื่อความแข็งแกร่งและสิทธิพิเศษของสำนักยึดโยงอยู่กับเจตจำนงต้นกำเนิดของจักรวาลดั้งเดิม สำนักจึงทรงพลังและมีความเป็นปึกแผ่นอย่างมากจนกระทั่งสิ้นสุดยุคแห่งการกลับชาติมาเกิด แต่ว่าเมื่อยุคนั้นสิ้นสุดลง พวกเขาจำเป็นต้องย้ายไปอยู่ในจักรวาลขนาดเล็กของผู้อื่น หรืออาศัยอยู่ในจักรวาลขนาดเล็กของตนเอง หมายความว่าพวกเขาจะไม่ได้รับการคุ้มครองจากต้นกำเนิดจักรวาลดั้งเดิมอีกต่อไป สิทธิพิเศษทั้งหมดจะสูญสิ้นไป (ซึ่งจะถูกโอนไปยังสำนักเทพบรรพชนที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ในยุคถัดไป) และความสามัคคีก็จะเสื่อมถอยลง ดังนั้นภายในมหาสมุทรจักรวาล พวกเขาจึงมักจะไม่ใช่ขุมอำนาจที่ทรงพลังที่สุดแล้ว

ในช่วงสงครามเพื่อความอยู่รอดของเผ่ามนุษย์ ทั้งฝ่ายพันธมิตรกองทัพ พันธมิตรเผ่ามนุษย์ และพันธมิตรแห่งอิสระ ต่างก็มีขุมกำลังที่ก้าวข้ามสำนักเทพบรรพชนไปได้ ในท้ายที่สุดสำนักเทพบรรพชนได้ตัดสินใจเป็นพันธมิตรกับเผ่ามนุษย์เพื่อแลกกับข้อมูลสำคัญในการเลื่อนระดับสู่เทพแท้จริง โดยสุดยอดสมบัติอย่างทะเลสาบแสงออโรร่าห้าสีได้แสดงอานุภาพและเป็นประโยชน์อย่างมากในสงครามครั้งนั้น และหลังจากที่ร่างของราชาเทพจินปรากฏขึ้นและการสำรวจโลกแห่งจินได้เริ่มต้นขึ้น ทำให้มีเจ้าจักรวาล และเทพแท้จริงเกิดขึ้นมากมาย สำนักเทพบรรพชนในฐานะพันธมิตรของเผ่ามนุษย์จึงได้รับประโยชน์มหาศาล และก้าวขึ้นเป็นขุมอำนาจที่แข็งแกร่งเป็นอันดับ 2 ในจักรวาลดั้งเดิม

ปราสาทเทพ วิหารแปดเทพสัตว์อสูร วิหารเทพอสูรพิทักษ์ลัทธิ 72 แผ่นดินขุนพลเทพ และ 3,000 พิภพดวงดาวทูตเทพ
ปราสาทเทพ วิหารแปดเทพสัตว์อสูร วิหารเทพอสูรพิทักษ์ลัทธิ 72 แผ่นดินขุนพลเทพ และ 3,000 พิภพดวงดาวทูตเทพ ภาพจาก WeTV ตอน 204
โครงสร้างองค์กร

สำนักเทพบรรพชน มีการจัดลำดับโครงสร้างที่เป็นเอกลักษณ์และชัดเจน โดยไล่จากตำแหน่งสูงสุดคือ

  • 3 เทพบรรพชน
  • 8 เทพสัตว์อสูร
  • 16 เทพอสูรพิทักษ์ลัทธิ
  • 72 ขุนพลเทพ
  • 3,000 ทูตเทพ

ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นสมาชิกหลักอย่างเป็นทางการของสำนักเทพบรรพชน นอกจากกลุ่มสมาชิกหลักแล้ว ยังมีกลุ่มสมาชิกวงนอกที่เป็นกำลังรบสำคัญและมีจำนวนมหาศาลมากกว่าสมาชิกหลักหลายเท่าตัว โดยสมาชิกวงนอกจะถูกแบ่งออกเป็น

  • องค์กรย่อยที่อยู่ภายใต้การนำของเจ้าพิภพพิทักษ์ (Guardian God Masters)
  • ผู้มีเกียรติพิทักษ์ (Guardian Honorable Masters)
  • ผู้อาวุโสภาพิทักษ์ (Guardian Venerables)
  • ทูตพิทักษ์ (Guardian Envoys)

สมาชิกวงนอกเหล่านี้จะได้รับมอบหมายภารกิจจากสำนักเทพบรรพชน แต่พวกเขามีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธภารกิจได้หากมีเหตุผลรองรับที่เหมาะสมเพียงพอ และไม่มีข้อบังคับให้ต้องปฏิบัติภารกิจใดๆ ที่ส่งผลกระทบหรือต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มพันธมิตรหลักดั้งเดิมของตนเอง

สมาชิกอย่างเป็นทางการ
เทพบรรพชน

เทพบรรพชน (Ancestral Gods) คือกลุ่มผู้นำสูงสุดของสำนักเทพบรรพชนปกติแล้วพวกเขาจะพำนักอยู่ในปราสาทเทพบรรพชน มีเทพบรรพชนหมุนเวียนมาประจำการ ทั้งหมดล้วนเป็นสิ่งมีชีวิตพิเศษที่ถือกำเนิดขึ้นพร้อมกับการก่อตั้งสำนักในช่วงเริ่มต้นของจักรวาลดั้งเดิม ในฐานะตัวแทนเจตจำนงต้นกำเนิด พวกเขาได้รับสิทธิพิเศษมากมาย ไม่ว่าจะเป็นยอดสมบัติเฉพาะตัว เทคนิคพิเศษ รวมถึงพลังการต่อสู้ที่แสดงออกมาได้สูงถึงระดับเจ้าจักรวาล ขั้นที่ 6 เมื่ออยู่ในเขตจักรวาลดั้งเดิม นอกจากนี้ยังสามารถสยบเหล่าเทพแท้จริง ได้ด้วยการสนับสนุนจากเจตจำนงต้นกำเนิด แถมยังสื่อสารกับเจตจำนงได้โดยตรง และเมื่อใดที่ต้องถ่ายทอดคำสั่งจากเจตจำนง พลังอำนาจที่แผ่ออกมาจะเหนือล้ำยิ่งกว่าเทพแท้จริงเสียอีก ด้วยสถานะอันสูงส่งนี้ทำให้พวกเขาสามารถรับรู้ข้อมูลทุกอย่างที่เจตจำนงต้นกำเนิดล่วงรู้ แต่แน่นอนว่าอำนาจมาพร้อมกับพันธนาการ พวกเขาต้องแบกรับภาระหน้าที่และข้อจำกัดมากมาย จนกว่าจะถึงจุดสิ้นสุดของยุคแห่งการกลับชาติมาเกิดจึงจะได้รับอิสระ

  • เทพบรรพชนชรา (Old Ancestral God)
  • เทพบรรพชนสองหน้า (Two-Faced Ancestral God)
  • เทพบรรพชนเยาว์ (Young Ancestral God)
8 เทพสัตว์อสูร

8 เทพสัตว์อสูร (Eight Beast Gods) คือตำแหน่งทางการที่เป็นตัวแทนของ 8 วิถีเทพสัตว์อสูรแห่งจักรวาลดั้งเดิม พวกเขาอาจเป็นเทพสัตว์อสูรโดยกำเนิดที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับจักรวาล หรือเป็นผู้ที่สำเร็จการสืบทอดมรดกเทพสัตว์อสูร แล้วเข้ารับตำแหน่งที่ว่างลง (ในกรณีที่เทพสัตว์อสูรโดยกำเนิดตายไป) พวกเขาอาศัยอยู่ในวิหารเทพ 8 เทพสัตว์อสูรที่ล้อมรอบปราสาทเทพบรรพชนเอาไว้ พลังของพวกเขานั้นมหาศาลมาก โดยคาดว่าอยู่ในระดับเจ้าจักรวาลขั้นที่ 5 ซึ่งเทียบเท่ากับเหล่าผู้พิทักษ์ลัทธิ ตำแหน่งทางการนี้จะมีได้เพียง 8 ตนเท่านั้น หากไม่มีใครตายก็จะไม่มีใครเสียบแทนได้ มีความเชื่อว่าเมื่อรับตำแหน่งนี้แล้วจะไม่สามารถพัฒนาความแข็งแกร่งได้อีก แต่ดูเหมือนจะไม่จริงเสียทีเดียว เพราะพวกเขายังคงสนใจการฝึกฝนเพื่อไปให้ถึงขีดจำกัดของระดับเจ้าจักรวาลเพื่อก้าวสู่เทพแท้จริง หน้าที่หลักคือดูแลเรื่องจุกจิกทั่วไปในสำนัก แต่ด้วยนิสัยที่ค่อนข้างขี้เกียจและไม่อยากเชื่อมต่อกับโลกแห่งเกียรติยศ จึงมักโยนภาระส่วนใหญ่ไปให้เหล่าขุนพลเทพแทน โดยการสืบทอดมรดกของพวกเขาจะรับได้ที่เกาะบอฮิเนียเท่านั้น
ตัวอย่างเช่น

  • เทพสัตว์อสูรสายฟ้า ผู้มอบสมบัติล้ำค่าให้หลัวเฟิง
เทพอสูรพิทักษ์ลัทธิ

เทพอสูรพิทักษ์ลัทธิ (Guardian Beast Gods) คือเหล่าผู้ที่สำเร็จการสืบทอดมรดกเทพสัตว์อสูรจนก้าวขึ้นสู่ระดับเจ้าจักรวาล แต่เนื่องจากตำแหน่งหลัก 8 เทพสัตว์อสูรเต็ม หรือเจ้าตัวไม่ต้องการรับตำแหน่งเอง (เพราะกลัวจะติดขีดจำกัดด้านพลัง) สำนักเทพบรรพชนเคารพการตัดสินใจและให้ดำรงตำแหน่งเทพอสูรพิทักษ์ลัทธิแทน พวกเขาอาศัยอยู่ในวิหารเทพอสูรพิทักษ์ลัทธิ 16 แห่งที่ล้อมรอบวิหารของ 8 เทพสัตว์อสูรอีกที พลังของกลุ่มนี้จะอยู่ประมาณระดับเจ้าจักรวาลขั้น 2 หรือ 3 ตัวอย่างสมาชิกในกลุ่มนี้คือเจ้าเกาะบอฮิเนีย พวกเขามีหน้าที่จัดการประเด็นสำคัญของสำนัก รวมถึงคอยให้ข้อมูลที่จำเป็นแก่เหล่าผู้สืบทอดมรดกเทพสัตว์อสูรรุ่นใหม่บนเกาะ

  • เทพอสูรพิทักษ์เกาะบอฮิเนีย
ขุนพลเทพ

ขุนพลเทพ (God Generals) คือเหล่านริศจักรวาลที่สำเร็จการสืบทอดมรดกขุนพลเทพ 1 ใน 72 สาย และเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ พลังการต่อสู้ของพวกเขาจะเทียบเท่ากับระดับเจ้าจักรวาลขั้นที่ 1 พวกเขาพำนักอยู่บนแผ่นดินขุนพลเทพทั้ง 72 แห่งที่อยู่วงนอกวิหาร 8 เทพสัตว์อสูร ในฐานะสมาชิกอย่างเป็นทางการ พวกเขาต้องทำงานให้สำนัก โดยช่วยเหล่า 8 เทพสัตว์อสูรจัดการเรื่องราวต่างๆ ทำให้กลุ่มนี้ครอบครองความลับระดับลึกไว้มากมาย และเช่นกัน การจะมีคนใหม่มาแทนได้ก็ต่อเมื่อคนเก่าตายลงเท่านั้น และสถานที่สืบทอดมรดกของพวกเขาจะถูกซ่อนไว้ในพื้นที่ลับเฉพาะ
ตัวอย่างเช่น

  • ผู้อาวุโสโตวโค่วม่วง
ทูตเทพ

ทูตเทพ (God Envoys) คือเหล่าราชาระดับอมตะไร้เทียมทาน ที่สำเร็จการสืบทอดมรดกทูตเทพ 1 ใน 3,000 สาย ทำให้มีพลังเทียบเท่ากับผู้อาวุโสจักรวาลระดับเริ่มต้น พวกเขาอาศัยอยู่ในพิภพดวงดาวทูตเทพ 3,000 แห่ง ตำแหน่งนี้จำกัดจำนวนไว้ตายตัวเช่นกัน และผลึกสืบทอดมรดกของพวกเขานั้นกระจัดกระจายอยู่ทั่วทั้งจักรวาลดั้งเดิม

สมาชิกวงนอก
เทพผู้พิทักษ์ลัทธิ

เจ้านิกายเทพพิทักษ์ (Guardian God Masters) คือเหล่าผู้นำขององค์กรย่อยภายใต้สำนักเทพบรรพชน พวกเขาคือยอดฝีมือระดับเจ้าจักรวาลขั้น 5 ที่โดดเด่นอย่างยิ่ง มีหน้าที่จัดการปัญหาต่าง ๆ ที่เหล่าเทพบรรพชนและ 8 เทพสัตว์อสูร ไม่สามารถลงมือได้เนื่องจากข้อจำกัดบางประการ ผู้ที่จะได้รับตำแหน่งเจ้านิกายเทพพิทักษ์นี้จะต้องเป็นเจ้าจักรวาลที่มีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับเจ้าเมืองเวิงว้างเท่านั้น โดยสถานะของพวกเขาถือว่าอยู่ในระดับเดียวกับ 8 เทพสัตว์อสูร และมีเจ้าจักรวาลจำนวนหนึ่งคอยรับใช้ภายใต้คำสั่ง
ตัวอย่างเช่น

  • เจ้าแห่งทะเลเก้าอเวจี
ผู้ทรงเกียรติพิทักษ์ลัทธิ

เจ้าผู้ทรงเกียรติพิทักษ์ (Guardian Honorable Masters) คือกลุ่มระดับเจ้าจักรวาลที่ทำหน้าที่รับใช้ภายใต้เจ้านิกายเทพพิทักษ์ โดยส่วนใหญ่จะเป็นเจ้าจักรวาลระดับมาตรฐานที่มีพลังอยู่ในช่วงระดับเจ้าจักรวาลขั้น 2 – 4 พวกเขามีหน้าที่สนับสนุนการทำงานของเจ้านิกายเทพพิทักษ์ในด้านต่าง ๆ และที่น่าสนใจคือสมาชิกกลุ่มนี้ได้รับอนุญาตให้สังกัดองค์กรอื่นๆ รวมถึงขุมอำนาจอื่น ๆ ได้ด้วย

ผู้อาวุโสพิทักษ์ลัทธิ

ผู้อาวุโสพิทักษ์ (Guardian Venerables) คือกลุ่มที่ประกอบไปด้วยผู้สมัครคัดเลือกขุนพลเทพ และเหล่าผู้สืบทอดเทพสัตว์อสูรที่สามารถสำเร็จการสืบทอดเทพสัตว์อสูรอย่างน้อยขั้นที่ 5 ทุกคนในกลุ่มนี้ล้วนมีความแข็งแกร่งที่น่ากลัว โดยสมาชิกจำนวนมากมีระดับถึงนริศจักรวาล พวกเขารับหน้าที่ปฏิบัติภารกิจระดับล่างให้กับสำนักเทพบรรพชน และได้รับอิสระในการเป็นสมาชิกขององค์กรหรือขุมอำนาจระดับสูงอื่นๆ เช่นกัน
ตัวอย่างเช่น

  • ผู้อาวุโสจิ่วเฟิง
  • ผู้อาวุโสเพ่ยเฟิง
  • ผู้อาวุโสว่านเฟิง
ทูตพิทักษ์

ทูตพิทักษ์ (Guardian Envoys) คือกลุ่มที่ถูกระบุว่าเป็นเหล่าผู้สมัครคัดเลือกทูตเทพ โดยมากเป็นเหล่าราชาอมตะที่ทรงพลัง หล่าอัจฉริยะระดับราชาอมตะที่มีพรสวรรค์พิเศษแต่ไม่ได้เดินตามเส้นทางการสืบทอดทูตเทพ โดยเหล่าเจ้านิกายเทพพิทักษ์มักจะแข่งขันกันเองเพื่อดึงตัวอัจฉริยะที่มีความสามารถพิเศษเหล่านี้มาไว้ในสังกัด

การสืบทอด

หนึ่งในเอกสิทธิ์หลักที่สำนักเทพบรรพชนได้รับมอบหมาย คือการดูแลการสืบทอดพลัง 3 ระดับ ได้แก่ การสืบทอดเทพสัตว์อสูร การสืบทอดขุนพลเทพ และการสืบทอดทูตเทพ โดยการสืบทอดที่ทรงพลังที่สุดคือเทพสัตว์อสูร ซึ่งหากสำเร็จครบถ้วนจะก้าวเข้าสู่ระดับเจ้าจักรวาล ส่วนการสืบทอดขุนพลเทพพร้อมกับดำรงตำแหน่งจะทำให้อยู่ในระดับนริศจักรวาลขั้นสูงสุด และการสืบทอดทูตเทพพร้อมดำรงตำแหน่งจะกลายเป็นราชาอมตะไร้เทียมทาน สำนักเทพบรรพชนต้องจ่ายราคาอย่างมหาศาลเพื่อให้ได้มาซึ่งผลึกสืบทอดทูตเทพ แดนสืบทอดขุนพลเทพ และแดนสืบทอดเทพสัตว์อสูร ดังนั้นเหล่าผู้สมัครและผู้ที่ครองตำแหน่งจึงต้องแลกมาด้วยราคาที่สูงลิ่วเช่นกัน

การสืบทอดเทพสัตว์อสูร

การสืบทอดเทพสัตว์อสูร (Beast God Inheritance) สามารทำได้ที่เกาะบอฮิเนียเท่านั้น ซึ่งผู้ที่จะเข้าถึงได้ต้องมีป้ายคำสั่งสืบทอดเทพสัตว์อสูร ป้ายเหล่านี้ถือเป็นสมบัติล้ำค่าที่หาได้จากโชคชะตา โดยแต่ละเผ่าพันธุ์และขุมอำนาจต่างมีวิธีจัดการป้ายที่ต่างกัน เช่น เผ่าพันธุ์มนุษย์จะอนุญาตให้สมาชิกที่แข็งแกร่งเก็บป้ายไว้ใช้เอง หรือแลกเปลี่ยนเป็นป้ายที่ตรงกับเส้นทางเทพสัตว์อสูรของตน รวมถึงแลกเป็นสมบัติที่มีมูลค่าเท่ากันหากป้ายนั้นไม่ตรงสาย แม้แต่ราชาอมตะไร้เทียมทานอย่างราชาเจินเหยียนก็อาจไม่ได้รับป้ายนี้ เพราะแม้จะแข็งแกร่งแต่ด้วยอายุที่มากทำให้ศักยภาพไม่โดดเด่นพอ มีเพียงอัจฉริยะเหนือชั้นอย่างราชาเจ็ดกระบี่เท่านั้นที่จะได้รับมอบป้ายจากเผ่าพันธุ์มนุษย์ เมื่อผู้สืบทอดก้าวเข้าสู่เกาะบอฮิเนียด้วยป้ายคำสั่ง วิญญาณของพวกเขาจะถูกผูกมัดเข้ากับป้ายทันที หากเผชิญกับความตายที่แท้จริง ป้ายจะแตกสลายและไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ วิธีเดียวที่จะกลับมายังเกาะบอฮิเนียได้คือต้องหาป้ายใหม่ ซึ่งอัจฉริยะส่วนใหญ่แทบจะไม่มีโอกาสได้รับเป็นครั้งที่ 2

การสืบทอดเทพสัตว์อสูรมีทั้งหมด 7 ระดับ เมื่อสำเร็จครบทุกขั้นผู้สืบทอดสามารถเลือกเป็นหนึ่งใน 8 เทพสัตว์อสูรหากตำแหน่งว่างอยู่ หรือเลือกเป็นเทพอสูรพิทักษ์ลัทธิหากตำแหน่งเต็มหรือไม่ต้องการรับตำแหน่งหลัก โดยเส้นทางของเทพสัตว์อสูรมี 8 สาย ตามการรวมตัวของกฎต้นกำเนิดสายบนและสายล่างในจักรวาลดั้งเดิมดังนี้

  • กฎแห่งอวกาศ + กฎแห่งทอง
  • กฎแห่งอวกาศ + กฎแห่งไฟ
  • กฎแห่งอวกาศ + กฎแห่งน้ำ
  • กฎแห่งอวกาศ + กฎแห่งดิน
  • กฎแห่งอวกาศ + กฎแห่งไม้
  • กฎแห่งเวลา + กฎแห่งสายฟ้า
  • กฎแห่งเวลา + กฎแห่งแสง
  • กฎแห่งเวลา + กฎแห่งลม

ผู้สืบทอดที่ได้รับอนุญาตจะใช้ป้ายเพื่อเดินทางมายังเกาะบอฮิเนีย เมื่อมาถึงจะได้รับสิทธิ์ดูการสืบทอดเทพสัตว์อสูรตามระดับปัจจุบันฟรี 1 ครั้ง และสามารถรับสิทธิ์เพิ่มได้จากการสะสมแต้มเกียรติยศ ทุกครั้งที่เข้าสู่แดนสืบทอด จะมีการใช้พลังงานมหาศาล จึงต้องมีการควบคุมจำนวนครั้งในการเข้าอย่างเข้มงวด และเนื่องจากสำนักเทพบรรพชนต้องจ่ายราคาที่สูงกว่าสำหรับการสืบทอดเทพสัตว์อสูร สมาชิกที่ใกล้จะสำเร็จวิชาจึงต้องเสียสละมากกว่าปกติ นอกจากนี้สำนักเทพบรรพชนยังมีศิลาจารึกการสืบทอดที่สลักกฎการหลอมรวมทั้ง 8 ซึ่งสร้างขึ้นโดยจักรวาลดั้งเดิม เช่นเดียวกับในนครโกลาหลอีกทั้งภายในสำนักยังสามารถสัมผัสถึงกฎต้นกำเนิดต่าง ๆ ได้ง่าย ทำให้การบ่มเพาะพลังสะดวกสบายยิ่งขึ้น

การสืบทอดขุนพลเทพ

การสืบทอดขุนพลเทพ (God General Inheritance) ทั้ง 72 ตำแหน่งจะถูกกำหนดไว้ในพื้นที่เฉพาะแต่ละแห่ง และมีโอกาสการสืบทอดหลายรูปแบบ เช่น การสืบทอดขุนพลเทพเสียงปีศาจที่มีวิหารถึง 32 แห่ง เนื่องจากการสำเร็จการสืบทอดนี้จะทำให้กลายเป็นนริศจักรวาล ดังนั้น 9 ขุมอำนาจสูงสุดจึงมักมอบโอกาสนี้ให้แก่อัจฉริยะในสังกัด และด้วยความที่สำนักเทพบรรพชนวางตัวเป็นกลาง การสืบทอดเหล่านี้จึงเปิดกว้างให้ทุกเผ่าพันธุ์ในจักรวาลดั้งเดิม โดยแต่ละตำแหน่งจะรับผู้สมัครทุกๆ 10,081 ยุค การคัดเลือกนั้นเข้มงวดอย่างที่สุด ตัวอย่างเช่น แดนสืบทอดขุนพลเทพเสียงปีศาจรับสิ่งมีชีวิต 32 ตนต่อรอบ 10,081 ยุค แต่แม้เวลาจะผ่านไปถึง 50 ล้านยุค ก็ยังไม่มีใครสามารถรับการสืบทอดได้ครบถ้วนสมบูรณ์

มีคำกล่าวว่าเมื่อใครก็ตามได้รับสืบทอดขุนพลเทพโดยสมบูรณ์ แดนสืบทอดแห่งนั้นจะพังทลายลง แต่ทั้งผู้อาวุโสจิ่วเฟิง และผู้อาวุโสเพ่ยเฟิง ต่างถูกระบุว่าเป็นผู้สมัครที่ได้รับสืบทอดโดยสมบูรณ์ในตำแหน่งเดียวกัน ซึ่งอาจหมายความว่าเมื่อแดนหนึ่งพังลงจะมีอีกแห่งปรากฏขึ้นใหม่ หรือแดนสืบทอดจะพังทลายก็ต่อเมื่อมีผู้เข้าไปรับตำแหน่งขุนพลเทพจริง ๆ เท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้ยังไม่มีความชัดเจน ทั้งนี้การรับตำแหน่งขุนพลเทพจะจำกัดระดับพลังไว้ที่นริศจักรวาลขั้นสูงสุด แต่เนื่องจากระดับเจ้าจักรวาลนั้นหายากยิ่ง แม้แต่อัจฉริยะที่โดดเด่นก็ยังเลือกเดินเส้นทางนี้ โดยอาจมีวิธีเลี่ยงขีดจำกัดพลังในอนาคตเช่นเดียวกับขีดจำกัดของ 8 เทพสัตว์อสูร

การสืบทอดทูตเทพ

ผลึกสืบทอดทูตเทพทั้ง 3,000 ชิ้น ล่องลอยอยู่อย่างไร้ทิศทางในจักรวาลดั้งเดิมและถูกเก็บกู้โดยยอดฝีมือรุ่นแล้วรุ่นเล่า ขุมอำนาจต่างๆ มีกฎการจัดการผลึกเหล่านี้ต่างกันไป การสำเร็จสืบทอดทูตเทพจะส่งผลให้เป็นราชาอมตะขีดสุด และหากรับตำแหน่งทูตเทพ จะกลายเป็นราชาอมตะไร้เทียมทานที่มีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับผู้อาวุโสจักรวาลระดับต้น ผู้ที่จะฝึกฝนการสืบทอดนี้ได้ต้องอยู่ในระดับเจ้าพิภพเท่านั้น ส่วนระดับอมตะจะไม่สามารถรับสืบทอดได้ ทำให้ราคาของมันไม่สูงจนเกินไป การรับตำแหน่งทูตเทพจะจำกัดพลังไว้ที่ราชาอมตะไร้เทียมทาน ซึ่งอาจไม่เป็นที่ปรารถนานักสำหรับอัจฉริยะระดับสูง แต่ก็คาดว่าอาจมีหนทางก้าวข้ามขีดจำกัดนี้ไปได้ในภายหลัง

สถานที่สำคัญ

5 สถานที่ที่มีความสำคัญที่สุดภายในสำนักเทพบรรพชน มีดังนี้

เกาะบอฮิเนีย

เกาะบอฮิเนีย (Bauhinia Island) คือที่พักอาศัยของเหล่าผู้สืบทอดเทพสัตว์อสูร ตั้งอยู่ภายในอาณาเขตของทะเลสาบแสงออโรร่าห้าสี จึงได้รับการปกป้องอย่างแน่นหนา เกาะแห่งนี้มีเส้นผ่านศูนย์กลางนับล้านกิโลเมตรและถูกโอบล้อมด้วยวงแหวนแห่งกฎต้นกำเนิด มีผู้สืบทอดอาศัยอยู่ราว 100 ล้านชีวิต ซึ่งทุกคนล้วนครอบครองป้ายคำสั่งสืบทอด เนื่องจากพื้นที่นี้จำกัดเฉพาะผู้สืบทอดเท่านั้น ผู้บุกรุกจะถูกสังหารทันที แม้แต่ทาสวิญญาณของผู้สืบทอดก็ต้องอยู่แต่ภายในที่พักตนเอง ซึ่งที่พักของผู้สืบทอดแต่ละหลังจะมีความกว้างและยาวไม่เกิน 1 กิโลเมตร

โลกแห่งเกียรติยศ

โลกแห่งเกียรติยศ (World of Glory) คือจักรวาลเสมือนของสำนักเทพบรรพชน ซึ่งเปรียบเสมือนเวอร์ชันลดรูปของจักรวาลเสมือน ระบบควบคุมของที่นี่เชื่อมต่อกับทะเลสาบแสงออโรร่าห้าสี ทำให้สามารถเก็บข้อมูลทั้งหมดของผู้สืบทอด รวมถึงพรสวรรค์ด้านการต่อสู้ได้อย่างแม่นยำ

พื้นที่หลักถูกใช้เป็นจุดรวมตัวของผู้สืบทอดบนเกาะบอฮิเนีย แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ลานกว้างกลางแจ้ง เปรียบเสมือนบาร์เปิดโล่งสำหรับสังสรรค์ และโลกแห่งการต่อสู้ เป็นสนามประลองเพื่อสะสมแต้มเกียรติยศ โดยสามารถนำ 100 แต้มไปแลกรับการสืบทอดเทพสัตว์อสูรได้ 1 ครั้ง

ในการประลองนั้นร่างเทพของทุกคนจะถูกปรับให้เท่ากัน พรสวรรค์ติดตัวและสมบัติล้ำค่า/ยอดสมบัติ จะใช้งานไม่ได้ กฎต้นกำเนิดเพียงอย่างเดียวที่อนุญาตให้ใช้ได้คือกฎการหลอมรวมเท่านั้น หลัวเฟิงตอนเข้ามาเป็นระดับเจ้าพิภพไม่เคยมีร่างเทพ พอเข้ามาก็สามารถใช้ร่างเทพระดับอมตะพลัง 1 แสนเท่าของระดับเจ้าพิภพมาต่อสู้ได้ หลัวเฟิงเคยรับคำท้าถึง 626,183 ครั้ง โดยชนะ 621,081 ครั้ง และแพ้5,102 ครั้ง

แดนสืบทอด

แดนสืบทอด (Land of Inheritance) ตั้งอยู่ภายในทะเลสาบแสงออโรร่าห้าสี เป็นสถานที่ที่ผู้สืบทอดบนเกาะบอฮิเนียจะนำแต้มเกียรติยศมาแลกสิทธิ์ในการรับการสืบทอดเทพสัตว์อสูร ศิลาจารึกภายในจะทำการตรวจสอบระดับความเข้าใจของผู้สืบทอดตามเกณฑ์ 7 ระดับ หากใครสำเร็จขั้นที่ 2 ก็จะได้รับสิทธิ์สืบทอดในขั้นที่ 3 ต่อไป ในระหว่างกระบวนการสืบทอด ความสามารถในการจดจำเนื้อหาจะขึ้นอยู่กับความก้าวหน้าดั้งเดิมของบุคคลนั้น และเมื่อใครทำความเข้าใจในระดับนั้น ๆ ได้อย่างสมบูรณ์ ก็จะได้รับสิทธิ์รับการสืบทอดในระดับถัดไปฟรี 1 ครั้ง

แดนสืบทอสเทพอสูร
แดนสืบทอสเทพอสูร
แดนขุมทรัพย์

แดนขุมทรัพย์ (Land of Treasures) ตั้งอยู่ภายใต้การคุ้มครองของทะเลสาบแสงออโรร่าห้าสีเช่นกัน พื้นที่นี้เต็มไปด้วยสมบัติล้ำค่ามากมายตามชื่อเรียก ประกอบด้วยภูเขาน้อยใหญ่นับหมื่นลูกและทะเลสาบหลากขนาด ทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดมีพื้นที่กว่า 1 ล้านตารางกิโลเมตร มีสีเขียวมรกตงดงามทั้งโทนอ่อนและเข้ม สมบัติถูกซ่อนไว้ในทุกขุนเขาและลำน้ำ ซึ่งเป็นมรดกที่เหล่าเทพสัตว์อสูร, เทพอสูรพิทักษ์ลัทธิ และยอดฝีมือสายเทพสัตว์อสูรทิ้งไว้ ยอดเขาที่สูงที่สุด 108 ลูกเป็นที่เก็บสมบัติที่ล้ำค่าที่สุด 108 ชิ้นของสำนัก ซึ่งปัจจุบันถูกนำออกไปแล้ว 42 ชิ้น

ยิ่งสมบัติล้ำค่ามากเท่าไหร่ การจะได้ครอบครองก็ยิ่งยากขึ้นเท่านั้น ผู้สืบทอดต้องมีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขและเดินทางไปยังพิกัดที่ถูกต้อง โดยระบบจะตรวจสอบคุณสมบัติจากพรสวรรค์ที่แสดงออกในโลกแห่งเกียรติยศหรือภายในตำหนักส่วนตัว เมื่อมีผู้ได้รับสมบัติ ภูเขาจะปิดกั้นพื้นที่นั้นไว้เพื่อให้มีเพียงผู้ทิ้งสมบัติ, ผู้ได้รับสมบัติ และทะเลสาบแสงออโรร่าห้าสีเท่านั้นที่รู้ตัวตนของเจ้าของสมบัติคนใหม่

แดนขุมทรัพย์
แดนขุมทรัพย์
แดนลับ

แดนลับ (Land of the Secret Region) เป็นพื้นที่ที่อยู่นอกเขตคุ้มครองของทะเลสาบแสงออโรร่าห้าสี ดังนั้นผู้สืบทอดจึงต้องระวังภัยจากผู้สืบทอดด้วยกันเอง น่านฟ้าลับสำนักเทพบรรพชนถือเป็นแดนลับที่ลึกลับที่สุดในจักรวาลดั้งเดิม เป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตพิเศษมากมาย เช่น ต้นไม้โลก และแหล่งรวมทรัพยากรที่มหัศจรรย์ที่สุด ทั้งสมบัติจากธรรมชาติและที่สร้างขึ้น แต่ที่นี่ก็เต็มไปด้วยอันตราย ยิ่งลึกเข้าไปเท่าไหร่ความเสี่ยงก็ยิ่งสูงขึ้น แม้แต่ผู้อาวุโสจักรวาลก็อาจถูกสังหาร หรือระดับเจ้าจักรวาลก็อาจถูกกักขังได้ ที่นี่หลัวเฟิงได้ครอบครองร่างแยกที่ 3 ทะเลเก้าอเวจี และยังได้รับหัวใจแห่งมิติด้วย

อ้างอิงเนื้อหา: ข้อมูลบางส่วนหรือส่วนใหญ่ในหน้านี้แปลและเรียบเรียงใหม่จาก [Swallowed Star Wiki] ภายใต้สัญญาอนุญาต CC-BY-SA
หน้าที่มีการอัปเดต