กฏต้นกำเนิด
แปลตรงตัวว่า กฎต้นกำเนิด ในช่วงแรกเริ่ม มีเพียงกฎเดียวเท่านั้นที่ดำรงอยู่ในจักรวาล นั่นคือกฎแห่งความโกลาหล โดยกฎแห่งความโกลาหลนี้ยังทำหน้าที่เป็นรากฐานของทุกสรรพสิ่ง (มรรคาแห่งเต๋าที่ยิ่งใหญ่)
จากนั้นกฎนี้ถูกแบ่งออกเป็น 2 กฎระดับสูง คือ ด้านกาลเวลาและด้านมิติ
กฎระดับสูงทั้ง 2 นี้ ซึ่งก็คือกฎที่ยิ่งใหญ่ดั้งเดิมทั้งสอง ต่อมาได้ถูกแบ่งย่อยออกเป็น 10 กฎระดับล่างที่เรารู้จักกันในเรื่องมหาศึกล้างพิภพ
กฎแห่งความโกลาหล
- ฝั่งกาลเวลา (Temporal ) ถูกแบ่งออกเป็น
- กฎแห่งเวลา
- กฎแห่งแสง
- กฎแห่งสายฟ้า
- กฎแห่งลม
- กฎแห่งเวลา
- ฝั่งมิติ (Spatial ) ถูกแบ่งออกเป็น
- กฎแห่งมิติ
- กฎแห่งทอง
- กฎแห่งไม้
- กฎแห่งน้ำ
- กฎแห่งไฟ
- กฎแห่งดิน
- กฎแห่งมิติ
เนื่องจากธรรมชาติของกฎแห่งมิติและกฎแห่งเวลา รวมถึงความเชื่อมโยงที่ลึกซึ้งกับกฎต้นกำเนิดของพวกมัน กฎทั้งสองนี้จึงถูกถือว่าเป็นกฎระดับบน และมีความแข็งแกร่งมากกว่ากฎอีก 8 กฏที่เหลือ ซึ่งก็คือกฎระดับล่าง

ทักษะจากกฏแห่งมิติ
- การเคลื่อนย้ายพริบตา (Teleportation) ยิ่งระยะทางไกลและผู้ใช้มีความชำนาญน้อยเท่าใด การใช้พลังงานก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น
- การปิดกั้น (Lockdown) ป้องกันการเคลื่อนย้ายพริบตาผ่านกฎแห่งอวกาศและการเคลื่อนย้ายพริบตาผ่านอาณาจักรเทพ
- การบีบอัดทำลาย (Strangulation) สามารถฆ่าคู่ต่อสู้ที่อ่อนแอกว่าได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะผู้ที่ยังไม่เข้าใจกฎแห่งอวกาศ
ทักษะจากกฏแห่งเวลา
- การเร่งเวลา (Time Acceleration) ยิ่งระดับของการเร่งความเร็วสูงเท่าใด การใช้พลังงานก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น
- การหน่วงเวลา (Time Deceleration) ยิ่งระดับของการหน่วงเวลาสูงเท่าใด การใช้พลังงานก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น
- การหยุดเวลา (Time Stop) คู่ต่อสู้ที่อ่อนแอสามารถถูกทำให้ไร้ผลโดยสิ้นเชิงด้วยการใช้พรสวรรค์นี้ ในขณะที่คู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่ามาก โดยเฉพาะผู้ที่เข้าใจกฎแห่งเวลาเช่นกัน จะถูกยับยั้งได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ในกรณีนั้นมันเป็นเหมือนกลไกในการหลบหนีเสียมากกว่า
การยอมรับ
ในช่วงแรก บุคคลสามารถรับรู้ถึงความใกล้ชิดโดยกำเนิดที่มีต่อกฎข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งบ่อยครั้งที่ความใกล้ชิดนี้สามารถเปลี่ยนเป็นความสามารถได้ หลังจากนั้น บุคคลจะพยายามรับรู้ถึงกฎต่างๆ ขั้นตอนแรกในการทำเช่นนั้นคือการได้รับอาณาเขต ที่สอดคล้องกันและวิวัฒนาการมันไปจนถึงขั้นที่ 9 หากประสบความสำเร็จ นักเพาะบ่มจะได้รับการยอมรับจากกฎ ทำให้สามารถเข้าสู่มหาสมุทรแห่งกฎ ของกฎที่ได้รับการยอมรับนั้นได้ เนื่องจากการได้อยู่ใกล้กับต้นกำเนิดของกฎมากขึ้น ความเร็วในการเพาะบ่มจะเพิ่มขึ้น และคนผู้นั้นจะสามารถเริ่มรับรู้ถึงเศษเสี้ยวของกฏต้นกำเนิดที่แท้จริงได้ เมื่อนั้นเองที่บุคคลจะสามารถรับรู้ถึงเศษเสี้ยวของกฎได้อย่างแท้จริง
กฎและอันดับการเพาะบ่ม
- ในการที่จะกลายเป็น ระดับเจ้าพิภพ จำเป็นต้องมีความเข้าใจถึงเกณฑ์ขั้นต่ำของกฎระดับล่างในระดับหนึ่ง
- ในการที่จะกลายเป็น ระดับอมตะ กฎระดับล่าง ข้อใดข้อหนึ่งจะต้องถูกทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ หลังจากบ่มเพาะทะลวงผ่านไปได้ พวกเขาจะได้รับ อาณาเขตแห่งกฎ (Law Domain)
- ในการที่จะกลายเป็น ผู้อาวุโสจักรวาล/อัศวินจักรวาล จะต้องทำความเข้าใจ กฎแห่งมิติหรือกฎแห่งเวลา อย่างใดอย่างหนึ่ง
- ในการที่จะกลายเป็น เจ้าจักรวาล จะต้องทำความเข้าใจทั้ง กฎแห่งมิติและกฎแห่งเวลา หรือ จะต้องผสานกฎระดับล่างเข้ากับกฎระดับบน เช่น การผสานเทพอสูร (Beast God Fusion)
- ในการที่จะกลายเป็น เทพแท้จริง คนผู้นั้นจะต้องพัฒนายีนต์พันธุกรรม ของตนให้เหนือกว่าขีดจำกัด หรือทำความเข้าใจกฎต่างๆ จนถึงขีดสุด ดูเพิ่มเส้นทางแห่งกฎของเทพแท้จริง
- ในการที่จะกลายเป็น เทพแท้จริงแห่งความว่างเปล่า จะต้องเพิ่มความเข้าใจในกฏต้นกำเนิดพื้นฐานทั้ง 10 ข้อจนถึงขีดสุด เพื่อที่จะสามารถใช้พวกมันในการควบแน่นมิติเปล่าขึ้นมา
- ในการที่จะกลายเป็น เทพแท้จริงนิรันดร์ จะต้องทำความเข้าใจ ความลึกลับแห่งต้นกำเนิด (Origin Mystery) อย่างถ่องแท้
- ในการที่จะกลายเป็น เจ้าแห่งโกลาหล จะต้องสร้าง พื้นที่แห่งความโกลาหล (Chaos Space) ขึ้นมา
- ส่วนการบรรลุดระดับตั้งแต่ ราชาเทพ ขึ้นไปจะต้องศึกษาในมรรคาแห่งเต๋าที่ยิ่งใหญ่
การผสานกฎ
ด้วยความเข้าใจที่เหนือชั้น กฎต่างๆ ก็สามารถนำมาผสานเข้าด้วยกันได้ สิ่งนี้จะช่วยยกระดับความสามารถของตัวเองได้อย่างมหาศาล และใครก็ตามที่สามารถผสานและรวมกฎสองข้อเข้าด้วยกันได้ จะถูกถือว่าเป็นอัจฉริยะที่หาตัวจับยาก
ตามข้อมูลของอารยธรรมโบราณในมหาสมุทรจักรวาล กลุ่มชาติพันธุ์ที่พินาศไปหลังจากรอบของ ยุคแห่งการกลับชาติมาเกิด การผสานมีอยู่หลายขั้น ดังนี้
ขั้นที่หนึ่ง
- การผสานกฎระดับบนเข้ากับกฎระดับล่าง: ทองและมิติ, น้ำและมิติ, น้ำและเวลา, ลมและเวลา, ลมและมิติ และอื่นๆ… การผสานกฎระดับล่างเข้ากับกฎระดับบนที่สอดคล้องกันนั้นทำได้ง่ายกว่า อย่างไรก็ตาม หากใครก็ตามประสบความสำเร็จในการผสานกับกฎระดับบนอีกฝั่งหนึ่ง ขั้นตอนการผสานในขั้นที่ 2 ก็จะง่ายขึ้นมาก
- นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ที่จะผสานกฎระดับล่างสองข้อเข้าด้วยกัน แต่โดยทั่วไปแล้วสิ่งนี้จะถูกมองว่าเป็นการเสียเวลา เนื่องจากความร่วมมือระหว่างกฎระดับบนและกฎระดับล่างนั้นแข็งแกร่งกว่า
- และยังมีความเป็นไปได้ที่จะผสานทั้งกฎแห่งมิติและกฎแห่งเวลาเข้าด้วยกัน ซึ่งถือว่ายากสุดๆ เพราะคนผู้นั้นจะต้องเข้าใจกฎระดับบนทั้งสองในระดับที่เท่ากัน
ขั้นที่สอง
- การผสานกฎระดับล่างสองข้อเข้ากับกฎระดับบนหนึ่งข้อ หรือการผสานกฎระดับล่างหนึ่งข้อเข้ากับกฎระดับบนทั้งสองข้อ: ทองและมิติ-เวลา, น้ำและมิติ-เวลา, น้ำ-ไฟและมิติ, น้ำ-ไม้และมิติ, ลม-ไฟและมิติ การผสานกฎระดับล่างสองข้อที่มาจากกฎระดับบนเดียวกันเข้ากับกฎระดับบนนั้น จะง่ายกว่าการผสมกฎระดับล่างสองข้อที่มาจากกฎระดับบนคนละฝั่งกัน
- นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ที่จะผสานกฎระดับล่างสามข้อเข้าด้วยกัน แต่โดยทั่วไปจะถูกมองว่าเป็นการเสียเวลา เพราะการรวมกันของกฎระดับบนและกฎระดับล่างนั้นทรงพลังกว่า
- การผสานกฎระดับบนทั้งสองข้อเข้าด้วยกันนั้นถือว่ายากแบบสุดขั้ว แต่ผลตอบแทนที่ได้ก็คุ้มค่ามาก
ขั้นที่สาม
การผสานกฎอื่นเพิ่มเข้าไป ตัวอย่างเช่น หากผสานกฎแห่งมิติ, เวลา และทองไปแล้ว จากนั้นเพิ่มไฟเข้าไปในส่วนผสมเพื่อให้บรรลุการผสาน มิติ, เวลา, ทอง และไฟ
ขั้นที่สี่
- การผสานกฎแห่งความโกลาหลฝั่งกาลเวลา หากกฎแห่งเวลาถูกผสานเข้ากับกฎระดับล่างของมันทั้งหมด ได้แก่ กฎแห่งแสง, กฎแห่งสายฟ้า และกฎแห่งลม เมื่อนั้นจะสามารถบรรลุกฎแห่งความโกลาหลฝั่งกาลเวลาได้
- การผสานกฎแห่งความโกลาหลฝั่งมิติ หากกฎแห่งมิติถูกผสานเข้ากับกฎระดับล่างของมันทั้งหมด ได้แก่ กฎแห่งทอง, กฎแห่งไฟ, กฎแห่งน้ำ, กฎแห่งดิน และกฎแห่งไม้ เมื่อนั้นจะสามารถบรรลุกฎแห่งความโกลาหลฝั่งมิติได้
- การผสานกฎแห่งความโกลาหล หากกฎทั้ง 10 ข้อถูกผสานและรวมเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ เมื่อนั้นจะบรรลุถึงกฎแห่งความโกลาหล ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของกฎอื่นๆ ทั้งหมด
การผสานเทพอสูร
เทพอสูร (Beast Gods) ตามธรรมชาติและที่ผ่านการบ่มเพาะมา ได้ฝึกฝน แปดวิถีแห่งเทพอสูร ซึ่งทั้งแปดวิถีนั้นอธิบายถึงวิถีการผสานทั้งแปดรูปแบบ โดยแต่ละวิถีจะถูกตั้งชื่อตามกฎระดับล่างที่เป็นพื้นฐานของการผสานนั้น
สิ่งเหล่านี้คือพื้นฐานของขั้นที่หนึ่งของการผสาน อย่างไรก็ตาม จะมุ่งเน้นไปที่การรวมกฎระดับบนและกฎระดับล่างเข้าด้วยกันเท่านั้น –WIP ดูเพิ่มเติมที่ เทพอสูร และ สำนักเทพบรรพชน (Ancestral God Sect) WIP–
- วิถีแห่งเทพอสูรทอง: ทอง และ มิติ
- วิถีแห่งเทพอสูรไฟ: ไฟ และ มิติ
- วิถีแห่งเทพอสูรน้ำ: น้ำ และ มิติ
- วิถีแห่งเทพอสูรไม้: ไม้ และ มิติ
- วิถีแห่งเทพอสูรดิน: ดิน และ มิติ
- วิถีแห่งเทพอสูรลม: ลม และ เวลา
- วิถีแห่งเทพอสูรแสง: แสง และ เวลา
- วิถีแห่งเทพอสูรสายฟ้า: สายฟ้า และ เวลา
เหล่าเทพอสูรสามารถครอบครองความแข็งแกร่งใน ระดับเจ้าจักรวาล ได้ด้วยกฎการผสานเหล่านี้ ซึ่งโดยปกติแล้ว เจ้าจักรวาลทั่วไปจำเป็นต้องเชี่ยวชาญทั้งกฎแห่งมิติและกฎแห่งเวลา รวมถึงกฎระดับล่างหนึ่งข้อ เพื่อให้ได้มาซึ่งอันดับการบ่มเพาะระดับเจ้าแห่งจักรวาล ในขณะที่เหล่าเทพอสูรต้องการเพียงแค่เชี่ยวชาญกฎระดับล่าง 1 ข้อกับกฎระดับบนที่สอดคล้องกันแล้วนำมาผสานกันเท่านั้น


