ร่างสัตว์ยักษ์เขาทอง
รวมเป็นร่างมนุษย์เมื่อเลื่อนเป็นเทพแท้จริง
กฏมิติ
กฏเวลา
นี่คือร่างกายหลักของหลัวเฟิง หลังจากที่เขาตัดสินใจสละร่างมนุษย์โลกเพื่อเข้าควบคุมวิญญาณของสัตว์ยักษ์เขาทอง โดยใช้เทคนิคที่หลากหลายทั้ง การยึดร่าง ตราประทับวิญญาณ หกคมมีด และ หอคอยวิญญาณ ในช่วงเหตุการณ์วิกฤตบนโลก แม้ว่าในนิยายจะถือว่าร่างมนุษย์โลกของหลัวเฟิงคือร่างหลัก แต่หลังจากที่ร่างมนุษย์ดั้งเดิมได้ตายลง ร่างอื่นๆ ทั้งหมดถูกสร้างขึ้นมาจากความสามารถการแบ่งร่างของสัตว์ยักษ์เขาทอง ดังนั้นร่างกายสัตว์ยักษ์เขาทองจึงกลายเป็นร่างหลักที่แท้จริง ถึงแม้กายหยาบของเขาจะเป็นเผ่าพันธุ์อสูรอวกาศ แต่ร่างกายไม่ใช่ตัวกำหนดเผ่าพันธุ์ วิญญาณของสิ่งมีชีวิตต่างหากที่เป็นตัวระบุ วิญญาณของหลัวเฟิงนั้นยังคงเป็นมนุษย์อยู่
ทักษะพรสวรรค์ติดตัว
การเสริมความแข็งแกร่ง
ทักษะนี้ช่วยทวีคูณความเร็ว ขีดความสามารถทางการต่อสู้ รวมถึงพลังวิญญาณและจิตสำนึกขึ้นเป็น 2 เท่า เนื่องจากเป็นทักษะติดตัวโดยกำเนิด จึงนำไปใช้ร่วมกับเทคนิคเสริมพลังอื่นที่เรียนรู้ภายหลังได้อย่างอิสระ เช่น โลกภายในกาย หรือการแปลงร่างเทพสัตว์อสูร โดยพลังจะทวีคูณเพิ่มขึ้นแบบไม่หักล้างกัน เช่นหากใช้การเสริมพลังเพิ่มความแข็งแกร่ง 2 เท่า ควบคู่กับฉายภาพโลกา 3 เท่า พลังรวมจะเพิ่มขึ้น 6 เท่า นอกจากนี้ทักษะดังกล่าวยังใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องฝึกฝน แต่ก็ไม่สามารถยกระดับให้สูงขึ้นกว่าเดิมได้ ขณะใช้งาน ลวดลายสลักสีทองบนเขาจะส่องแสงสว่างจ้า ก่อนที่พลังงานสีทองจะไหลผ่านลวดลายเหล่านั้นเข้าสู่กรงเล็บ หาง และปีกเพื่อปลดปล่อยพลัง
การแบ่งร่าง
เผ่าพันธุ์นี้มีจำนวนสมาชิกน้อยมาก จักรวาลดั้งเดิมจึงมอบพรสวรรค์ช่วยชีวิตนี้มาให้ โดยการแบ่งร่างช่วยให้สัตว์ยักษ์เขาทองสร้างร่างแยกได้สูงสุด 3 ร่าง ร่างแยกที่ 1 สามารถสร้างได้เมื่อยู่ระดับดาวเคราะห์ ร่างแยกที่ 2 สามารถสร้างได้เมื่อยู่ระดับอวกาศ และร่างสุดท้ายสามารถสร้างได้เมื่ออยู่ระดับเจ้าพิภพ รวมทั้งหมด4 ร่าง แต่ถ้าเลื่อนสู่ระดับอมตะจะไม่สามารถสร้างร่างแยกได้อีก เพราะโลกภายในร่างกายจะเปลี่ยนเป็นอาณาจักรเทพ การเลือกเผ่าพันธุ์หรือสายเลือดมาทำร่างแยกจึงมีความสำคัญต่อความแข็งแกร่งอย่างมาก
ร่างแยกแต่ละร่างถือเป็นตัวตนอิสระที่สามารถฝึกฝนได้ด้วยตัวเอง ร่างแรกที่ถูกสร้างขึ้นถือเป็นร่างที่สำคัญที่สุดเพราะจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการบ่มเพาะและสร้างรากฐานที่แข็งแกร่ง โดยปกติสัตว์ยักษ์เขาทองจะเลือกสายเลือดชั้นเลิศสำหรับร่างแรกเสมอ ขอเพียงมีเศษเส้นผมหรือหยดเลือดที่มีร่องรอยพันธุกรรมเพียงเล็กน้อยก็เพียงพอแล้ว แต่หลัวเฟิงเขาเลือกสร้างร่างแยกแรกเป็นมนุษย์โลกโดยใช้ศพเดิมของตนเอง เพื่อที่จะแสดงตัวในฐานะหลัวเฟิงได้
ร่างแยกตัวอ่อนจะต้องผ่านกระบวนการฟูมฟักภายในโลกภายในร่างกายของสัตว์ยักษ์เขาทองทีละขั้นตอนจนกว่าร่างกายจะสมบูรณื โลกภายในกายไม่สามารถรองรับสิ่งมีชีวิตได้จนกว่าจะถึงระดับเจ้าพิภพ และไม่สามารถสร้างร่างแยกของสิ่งมีชีวิตที่มีพลังมากกว่ามันเกิน 100 เท่าได้ (ยีนชีวิตตั้งแต่ 1,000 ขึ้นไป) หรือใกล้เคียงกับขีดจำกัดของโลกภายในกาย ก็อาจถูกกฎเกณฑ์แห่งจักรวาลขัดขวางได้ เลยทำให้หลัวเฟิงจึงล้มเหลวในการสร้างร่างแยกต้นไม้โลก
ยิ่งโลกภายในแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ กระบวนการฟูมฟักก็จะยิ่งรวดเร็วขึ้น และหากระดับของวัสดุพันธุกรรมยิ่งต่ำ การฟูมฟักก็จะยิ่งง่ายขึ้นตามไปด้วย หลัวเฟิงสร้างร่างแยกแรกในขณะที่เป็นสัตว์ยักษ์เขาทองระดับดาวฤกษ์ เพื่อสร้างร่างมนุษย์โลกระดับดาวเคราะห์ขั้น 3 เขาต้องใช้เวลา 1 ปี ทั้งที่มีความแตกต่างกันมากในด้านระดับยีนชีวิตและระดับพลัง ส่วนการสร้างสิ่งมีชีวิตรูปแบบพลังงานนั้นง่ายกว่าสิ่งมีชีวิตที่มีเลือดเนื้อ ใช้เวลา 3 ปี 9 เดือนในการสร้างร่างแยกโมซาเผ่ามารสังหารระดับอวกาศขั้น 2 และด้วยการปรับปรุงโลกภายในให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ร่างสัตว์ยักษ์เขาทองระดับเจ้าพิภพขั้น 9 ของหลัวเฟิงใช้เวลาประมาณ 600 ปีในการสร้างร่างแยกทะเลเอเวจี
ร่างแยกจะคงลักษณะทางพันธุกรรมตามวัสดุที่ใช้สร้างขึ้นมาทั้งหมด เช่น ร่างแยกโมซาเผ่ามารสังหารเป็นสิ่งมีชีวิตรูปแบบพลังงานมีทักษรกฎแห่งมิติ ซึ่งถือเป็นข้อดีหลักของพรสวรรค์นี้ที่ทำให้สามารถเลือกสิ่งมีชีวิตที่มีความสามารถแตกต่างจากร่างต้นได้ โดยร่างแยกทุกร่างจะใช้โลกภายในร่วมกัน และสามารถสลับตำแหน่งระหว่างโลกภายในกับโลกภายนอกได้ทันที
หากร่างแยกใดร่างหนึ่งตาย การฟื้นฟูร่างกายขึ้นมาใหม่จะทำได้ง่ายเพียงแค่ใช้พลังงานบางส่วน ตราบใดที่แกนกลางของสัตว์ยักษ์เขาทองยังไม่เสียหาย แต่ในทางกลับกัน หากแกนกลางถูกทำลาย ร่างต้นและร่างแยกทั้งหมดจะตายทันที แกนกลางสามารถย้ายไปเก็บไว้ในร่างแยกใดก็ได้ ทำให้สัตว์ยักษ์เขาทองต่อสู้ได้โดยไม่ต้องกลัวความตาย นอกจากนี้ร่างทุกร่างยังใช้ดวงวิญญาณดวงเดียวกัน ทำให้ทาสวิญญาณหรือไอเทมที่ผูกพันด้วยรอยประทับพลังจิต เช่นเครือเสียดเมฆ สามารถรับรู้และใช้งานได้ผ่านทุกร่างที่มีพลังจิต แต่ว่าหากร่างใดร่างหนึ่งถูกควบคุมวิญญาณ ร่างทั้งหมดก็จะตกเป็นทาสด้วย และถ้าหากร่างหนึ่งถูกฆ่าด้วยการโจมตีทางวิญญาณ ร่างที่เหลือทั้งหมดก็จะตายตามไปด้วย
การทำความเข้าใจกฎและเทคนิคต่างๆ ของแต่ละร่างจะเชื่อมโยงถึงกัน เช่น หากร่างหนึ่งถนัดกฎแห่งน้ำ ความเข้าใจนั้นจะช่วยส่งเสริมร่างอื่นๆ ด้วย นอกจากนี้สิ่งที่ร่างหนึ่งมองเห็น ร่างอื่นๆ ก็จะเห็นเช่นเดียวกัน แต่อาจตีความต่างกันไปตามมุมมองของร่างกายนั้น เช่นเมื่อหลัวเฟิงจ้องมองศิลาจารึกเก้าจักรวาล ร่างโมซาจะเห็นหยดน้ำเป็นวิชากระบี่ที่ผสานกฎมิติ แต่ร่างสัตว์ยักษ์เขาทองกลับเห็นเป็นกรงเล็บการฟาดหางและเขาทองที่ทรงพลัง
ในระหว่างการสร้างร่างแยก วัสดุทางพันธุกรรมจะถูกทำให้กลายเป็นไอ และหมอกสีทองภายในโลกภายในจะพุ่งเข้าหาเพื่อเปลี่ยนวัสดุนั้นให้กลายเป็นไข่ทองคำทรงกลม หลังจากถือกำเนิดขึ้น ร่างแยกจะสามารถดำรงอยู่ภายในโลกภายในได้ เนื่องจากโลกภายในนั้นเป็นของร่างแยกเช่นเดียวกับที่เป็นของร่างต้น
การกลืนกิน
ทักษะนี้เป็นเทคนิคที่ใช้กฎแห่งมิติ ซึ่งแสดงถึงพรสวรรค์ด้านกฎมิติอันโดดเด่นของสัตว์ยักษ์เขาทอง ด้วยความสามารถนี้มันจึงสามารถดูดซับโลหะจำนวนมหาศาลเข้าสู่โลกภายในร่างกายเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้แก่โลกใบนั้นและเพิ่มระดับการบ่มเพาะของตนเอง นอกจากนี้มันยังสามารถกลืนกินสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอกว่าได้โดยตรง และจะหยุดการดูดซับโดยอัตโนมัติหากรู้สึกถึงอันตราย ดังเช่นตอนที่หงปล่อยระเบิดออกมาพร้อมกับโลหะในระหว่างการต่อสู้กับสัตว์ยักษ์เขาทอง
เทคนิคนี้อาศัยแกนกลางของสัตว์ยักษ์เขาทองในการเปิดใช้งาน จึงสามารถทำผ่านได้ทั้งทางปาก กรงเล็บ หรือหาง และเมื่อสัตว์อสูรแข็งแกร่งขึ้นพร้อมกับแกนกลางที่ทรงพลังมากขึ้น เทคนิคการกลืนกินก็จะพัฒนาตามไปด้วย ทำให้สามารถดูดซับโลหะในปริมาณที่มากกว่าเดิมมหาศาล
ทักษะถ่ายทอดความทรงจำ
โลกของข้า
- ขั้นที่ 1 ร่างกายสามารถขยายหรือหดขนาดได้ 3 เท่า และพละกำลังสามารถเพิ่มขึ้นได้สูงสุด 3 เท่าจากเดิม
- ขั้นที่ 2 ร่างกายสามารถปรับขนาดได้ 9 เท่า และพละกำลังสามารถทวีคูณขึ้นได้ 9 เท่า
- ขั้นที่ 3 ร่างกายสามารถปรับขนาดให้ใหญ่หรือเล็กได้ตามต้องการ อย่างไรก็ตามพละกำลังสามารถเพิ่มขึ้นได้สูงสุด 36 เท่า
อวกาศเหนือกาล
- แสงโค้ง (Arc Light) เมื่อใช้งาน การเคลื่อนที่ของ สัตว์ยักษ์เขาทอง (Golden Horned Beast) จะทำให้มิติเกิดการบิดเบี้ยวและสร้างร่างที่สองขึ้นมา
- 1000 รูปลักษณ์ (1,000 Forms) เมื่อใช้งาน สัตว์ยักษ์เขาทอง จะสร้างร่างจำลองขึ้นมา 1000 ถึง 10000 ร่างภายในอาณาบริเวณ
- การเคลื่อนย้ายในพริบตา (Teleportation) เมื่อใช้งาน จะช่วยให้ สัตว์ยักษ์เขาทอง สามารถเคลื่อนย้ายในพริบตาได้
สไตรค์เอาท์ข้ามจักรวาล
เป็นเทคนิคการหลบหนีที่ช่วยส่งเสริมการโจมตีด้วยปีกของสัตว์อสูร หลัวเฟิงเริ่มฝึกฝนเทคนิคนี้หลังจากได้รับปีกพิฆาตอู๋ เนื่องจากเขากำลังมองหาเทคนิคที่เน้นการใช้งานปีกโดยเฉพาะ
ด้วยเทคนิคนี้ ร่างสัตว์ยักษ์เขาทองของหลัวเฟิงสามารถเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่น่าสะพรึงกลัวจนทิ้งภาพติดตาที่สมจริงอย่างยิ่งไว้ถึง 3 ร่าง ความเร็วของเขาบนทวีปเหยียนจี้ กลายเป็นตำนานผ่านการใช้เทคนิคนี้ และเขายังสามารถหลบหลีกการโจมตีจาก อาวุธพลังจิตได้อีกด้วย ยิ่งเมื่อใช้งานร่วมกับปีกพิฆาตอู๋ แม้อยู่ในระดับเจ้าพิภพเขาก็สามารถทำลายร่างกายของระดับอมตะได้ด้วยพลังงานพิเศษของปีก
ฉีกนภาแยกปฐพี (WIP)
ฉีกนภาแยกปฐพี (Tearing Sky Splitting Land) เป็นหนึ่งในเทคนิคที่บรรจุอยู่ในความทรงจำมรดกของ สัตว์ยักษ์เขาทองซึ่งพวกมันสามารถเลือกเรียนรู้ได้แต่ไม่ใช่พรสวรรค์ที่มีมาแต่กำเนิดเหมือนการเสริมพลัง จึงจำเป็นต้องผ่านการฝึกฝน เทคนิคนี้มุ่งเน้นไปที่การโจมตีระยะประชิด โดย “ฉีกนภา” สื่อถึงการโจมตีด้วยกรงเล็บ ส่วน “แยกปฐพี” สื่อถึงการโจมตีด้วยหาง หลัวเฟิง เลือกเทคนิคนี้เมื่อเขามองหาแนวทางการฝึกฝนทักษะการต่อสู้ที่ชัดเจนสำหรับร่างสัตว์ยักษ์เขาทอง ในระหว่างที่เขาอยู่ในหลุมยักษ์ เพื่อศึกษาภาพโบราณของเทพสัตว์อสูรขณะต่อสู้ หลัวเฟิงได้เลือกฉีกนภาแยกปฐพีให้เป็นเทคนิคหลักในการฝึกฝน โดยเลือกเหนือกว่าทักษะการล่า 8 ระดับ และเขาทอง
จากการศึกษาเทคนิคนี้ ทำให้ความเข้าใจใน กฎแห่งทอง ของเขาพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด เขาได้หลอมรวมเทคนิคนี้เข้ากับการโจมตีด้วยดาบ แต่เมื่อเขาเริ่มศึกษารูปปั้นเทพอสูร เขาก็ตระหนักได้ว่าควรเปลี่ยนไปเน้นที่กรงเล็บฉีกนภา (Sky Tearing Claw) แทนที่จะเดินตามเส้นทางของฉีกนภาแยกปฐพีต่อไป


